อย่าหาลอง! “กาแฟผสมยาอี” อันตรายถึงชีวิต

เพิ่งจะออกข่าวทลายแก๊งจำหน่ายไปหมาดๆ สำหรับ “กาแฟผสมยาอี” ที่วัยรุ่นสมัยนี้หามาลองกันเยอะมากแม้ในข่าวจะบอกราคาต่อซองถึงหลักพันเลย
ซึ่งยาอี (Ecstasy) จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เป็นสารสังเคราะห์ ใครก็ตามหากมีไว้จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อาจได้รับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต
ในปัจจุบันมีการลักลอบนำยาอีบดเป็นผงบรรจุลงในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ซองครีมเทียม ซองกาแฟ 3in1โดยพบแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นทาง Social Media (สื่อสังคมออนไลน์) เมื่อเสพยาอีเข้าสู่ร่างกายจะออกฤทธิ์ภายในเวลา 30-45 นาที และฤทธิ์ของยาจะอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6-8 ชั่วโมง เมื่อดื่มกาแฟผสมยาอีเข้าไปจะส่งผลต่อร่างกายดังนี้
– รู้สึกร้อน เหงื่อออกมาก
– หัวใจเต้นเร็ว
– ความดันโลหิตสูง
– การได้ยินเสียง และการมองเห็นแสงสีต่างๆ ผิดไปจากความเป็นจริง
– เคลิบเคลิ้ม
– รู้สึกตื่นตัวตลอดเวลาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
– เห็นภาพหลอน
– นอนไม่หลับ
– ทำลายเซลล์สมองที่เกี่ยวกับความคิดและความจำ
ซึ่ง ยาอี จะเข้าไปทำลายระบบประสาททำให้เซลล์สมองส่วนที่ทำหน้าที่หลั่งสารซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสำคัญในการควบคุมอารมณ์ทำงานผิดปกติ โดยจะหลั่งสารนี้ออกมามากกว่าปกติทำให้สดชื่น อารมณ์ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปสารดังกล่าวจะลดน้อยลง ทำให้ผู้เสพเข้าสู่สภาวะอารมณ์เศร้าหมองหดหู่ เกิดอาการซึมเศร้า และอาจกลายเป็นโรคจิตประเภทซึมเศร้า (Depression) มีแนวโน้มการฆ่าตัวตายสูงกว่าคนปกติ
นอกจากนี้การที่สารซีโรโทนินลดลง จะทำให้การนอนหลับผิดปกติ เวลาการนอนลดลง หลับไม่สนิท อ่อนเพลียขาดสมาธิในการเรียนและทำงาน บางรายนิยมเสพพร้อมกับดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพยาชนิดอื่นร่วมด้วย อาจทำให้เกิดอาการช็อกและเสียชีวิตได้
รู้แบบนี้แล้วอย่าไปหาซื้อมาลองกันเด็ดขาด หากต้องการซื้อกาแฟมาดื่มควรเลือกซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์จากแหล่งผลิตที่น่าเชื่อเท่านั้น